1) ผู้นำเก่งตน : เก่งตนด้วยวิธีคิด มีกลยุทธ์ในการคิดเพื่อนำพวองค์กรให้เติบโต ซึ่งผู้นำมักต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เมื่อเกิดปัญหาจะต้องใช้ความคิดในการแก้ไขปัญหานั้นๆ อยู่เสมอ ผู้นำที่เก่งคิด เมื่อพบว่างานหรือลูกน้องมีปัญหา จะมักถามตนเองว่า ลูกน้องเราเป็นแบบนี้เพราะ ?
– ในฐานะหัวหน้า .. เรามีส่วนทำให้มันเกิดปัญหาหรือไม่?
– เรารู้ปัญหาแล้ว เรายังปล่อยให้ปัญหามันยังคงอยู่รึเปล่า?

กระบวนการคิดของผู้นำเก่งตน ประกอบด้วย
– ค้นหาความจริง ยอมรับความจริง
– กล้ารับผิดชอบ หาวิธีแก้ไข
– ลงมือทำทุกสิ่งอย่างจริงจัง

2) ผู้นำเก่งคน : เก่งคนด้วยการดูแลลูกน้อง
ดั่งคำคมที่ว่า “บริหารงานให้ได้ผล ต้องบริหารคนให้ได้ใจก่อน” 80% Key Success Factor is PEOPLE SKILL

3) ผู้นำเก่งงาน : เก่งงานด้วยการเป็นที่ปรึกษา
คือ “ผู้นำ” ที่สามารถผลักดัน “สมรรถนะ / ขีดความสามารถ”
(ความรู้, ทักษะ,คุณลักษณะส่วนบุคคล) ของลูกทีมให้สามารถส่งมอบผลงานได้สูงสุด

การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่สอนงานพัฒนาศักยภาพลูกน้องได้ มีประสบการณ์ในงานที่รับผิดชอบ แนะนำและดูแลเมื่อลูกน้องเกิดปัญหาในการทำงาน ฉะนั้น หากผู้นำบริหารงานไม่เป็นหรือไม่เคยผ่านงานด้านนั้นๆ มาเลย ผู้นำคนนั้นคงไม่สามารถอธิบายหรือสอนลูกน้องให้เข้าใจในงานได้

4) ผู้นำเก่งบริหารชีวิต : เก่งบริหารชีวิตด้วยการเป็นต้นแบบ
ดังคำพูดที่ว่า “ผู้นำ” ไม่ใช่ผู้ที่อยากจะนำคนอื่น แต่เป็นคนที่คนอื่นอยากจะเดินตาม

บางคนเป็นผู้นำที่เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด แต่ขาดทักษะในการดำเนินชีวิต ก็ไม่สามารถสร้างศรัทธาจากลูกน้องได้ ทักษะในการดำเนินชีวิตที่ดี จึงเปรียบเสมือนต้นแบบให้กับทีมงาน เช่น การบริหารเวลา บริหารการเงิน แสดงถึงคุณธรรมผู้นำ หรือ จรรยาบรรณวิชาชีพ

การเป็นผู้นำที่ดีควรแบ่งเวลา สำหรับการดูแลสุขภาพร่างกายของตน แบ่งเวลาสำหรับออกงานสังคม แบ่งเวลาสำหรับการดูแลครอบครัว และแบ่งเวลาสำหรับพักผ่อน นั่งสมาธิ เพื่อผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากการสะสมของการทำงาน

ยุคปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าผู้นำต้องทำงานหนักกว่าในอดีต ผู้นำจะต้องพัฒนาตนเองหลายด้านกว่าในอดีต เนื่องจากเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ผู้นำจึงจำเป็นต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆตลอดเวลา